ข่าวสาร/กิจกรรม

ดาวเทียมติดรถ

หากยังจำได้ เหตุการณ์แก๊สระเบิดที่เกิดขึ้น บนถนนย่านเพชรบุรีเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ถือเป็นอุบัติภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายมากมาย และยังคงอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คน รวมถึงกลุ่มแพทย์ และวิศวกรกลุ่มหนึ่ง ซึ่งความสะเทือนใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้สร้างสรรค์วิธีป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นกับการ คมนาคม 'ดาวเทียมติดรถยนต์' จึงเป็นประดิษฐกรรมล่าสุด สร้างขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถ

ย้อน กลับไปก่อนที่จะเป็นดาวเทียมติดรถยนต์ กลุ่มแพทย์ และวิศวกรกลุ่มดังกล่าวเริ่มคิดหาวิธีการที่น่าจะช่วยลดอัตราการเกิด อุบัติเหตุจากการคมนาคม ซึ่งเห็นว่า หากอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการขับรถ ก็น่าจะมีเครื่องมือทดสอบสมรรถภาพก่อนการขับรถ สมาชิกกลุ่มแพทย์ และวิศวกรซึ่งมีประมาณ 3-4 คน จึงร่วมกันก่อตั้งบริษัท D.T.C. Enterprise co.,ltd (D.T.C. มาจาก Driver Testing Center) ให้บริการทดสอบความสามารถทางร่างกายก่อนการขับรถ ซึ่งจะตรวจสอบว่าบุคคลที่จะขับรถมีความบกพร่องใดที่จะส่งผลกระทบต่อการขับรถ ได้หรือไม่ เช่น ทดสอบการปรับสายตาต่อความมืด ทดสอบความไวของประสาทสัมผัส และควรแก้ไขข้อบกพร่องนั้นๆ อย่างไร

"ถ้า รู้ก่อนไม่ได้หมายความว่าขับรถไม่ได้ แต่สมมติเขาสายตาเอียง เขาแซงได้ไม่ดี เขาไปตัดแว่นก็หายแล้ว" ทศพล คุณะเพิ่มศิริ หนึ่งในกลุ่มก่อตั้งบริษัทกล่าว

แต่ปรากฏว่า แนวคิดของทศพล และเพื่อนในครั้งนั้นกลับล้มเหลว "มันเชิงป้องกัน มันมองไม่เห็นภาพ"

"เรา ก็คิดว่า เชิงป้องกันมันไม่สำเร็จ เอาควบคุมเสียเลย ก็คิดว่า มีกล่องอะไรสักอย่างมาบันทึกพฤติกรรมการขับรถ เจ้าของรถชอบแน่เลย ก็อยากรู้อยู่แล้วนี่ ว่าคนขับรถขับเร็วหรือเปล่า"

ซึ่ง นั่นเป็นที่มาของ 'กล่องดำ' ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลการใช้รถ โดยสามารถให้รายละเอียดได้ว่า รถคันนั้นๆ เริ่มใช้เมื่อไร หยุดรถเมื่อไร ขับรถด้วยอัตราความเร็วเท่าไร และได้จอดรถโดยติดเครื่องไว้นานๆ หรือไม่

"คน ที่เป็นเจ้าของรถ พอรถออกไปจากเขาแล้ว มันน่าจะมีคำถามว่า ได้เอาไปใช้ตรงกับวัตถุประสงค์หรือเปล่า ถ้าเป็นรสแก๊ส รถน้ำมัน มันมีเรื่องความเสียหาย และมีเรื่องภาพลักษณ์ขององค์กร และนอกจากเรื่องประโยชน์ส่วนรวมแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายบริษัทเขาก็ลดลงไป เพราะใช้คนได้เต็มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การจอดรถติดเครื่องไว้" ทศพล กล่าว

ใน ครั้งนั้น นับว่ากล่องดำสร้างความพอใจแก่บริษัทที่เป็นลูกค้า เพียงแต่ว่า ข้อมูลที่ได้รับจากกล่องดำอาจยังไม่เพียงพอ พัฒนาการของสินค้าจึงเพิ่มขึ้น คือ ไม่เพียงแค่บอกรายละเอียดการใช้รถ แต่สามารถบอกได้ว่า พฤติกรรมการขับรถในลักษณะต่างๆ เกิดขึ้น ณ ส่วนไหนของประเทศ

"สมัย ก่อนเรารู้ว่าขับเร็ว แต่ไม่รู้ว่าขับเร็วที่ไหน เรารู้ว่าติดเครื่องจอด แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน มันมีเทคโนโลยีตัวหนึ่ง คือ เรื่องของ GPS ( Global Positioning System) เป็นระบบดาวเทียมที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาให้เอกชนทั่วไปใช้ได้ฟรี และเพื่อไม่ให้กระทบกับความมั่นคงจึงกำหนดค่าผิดพลาดไว้เพียงบวกลบ 50 ม. ซึ่งมันเหลือเฟือสำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์ของเรา" ทศพลอธิบาย

"เรา ก็เอาตัวดาวเทียมใส่ลงไปในกล่องดำ มันก็ฉลาดขึ้น คือจะรู้ว่าแต่ละวันรถวิ่งไปไหน อยากรู้ว่ารถจอดที่ไหน ข้อมูลก็จะขึ้นดาวแดงบอกตำแหน่งให้ และมีเวลากำกับให้ด้วย บอกได้ว่าห่างจากจุดสำคัญระยะทางเท่าไร ผ่านจุดไหนเวลาเท่าไร"

แต่ ไม่เพียงเท่านั้น เพราะล่าสุด ดาวเทียมที่ว่าสามารถให้ข้อมูลวินาทีต่อวินาทีได้ เช่น หากผู้ใช้งานอยากรู้ว่า ณ เวลาที่บริษัทเจ้าของรถ อยู่ที่สำนักงาน เวลานั้นรถได้เคลื่อนที่ไปถึงจุดไหน ก็สามารถรู้ได้จากดาวเทียมที่ได้ติดตั้งไว้

"ข้อมูล ที่ได้ ไม่ใช่เรื่องเส้นทางอย่างเดียว แต่เราสามารถรู้ถึงพฤติกรรม ณ เวลานั้น ถ้าเกิดขับรถเร็วมันจะมีสัญญาณออกมาให้คนที่ศูนย์รู้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นก็ติดต่อไปเตือนคนขับรถได้ เรียกว่าตัดไฟแต่ต้นลม" ทศพลอธิบายถึงวิวัฒนาการล่าสุดของดาวเทียมของเขา

เรื่อง ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของรถขนส่งสารอันตรายอย่างเดียว ทุกวงการ รถทุกประเภทมันก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งนั้น แม้ลูกค้ากลุ่มหลักในเวลานี้ จะเป็นผู้ประกอบการขนส่งสารอันตรายเสียส่วนมาก แต่ล่าสุดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นคือ รถของเซลล์ขายของซึ่งเป็นทางหนึ่งที่สามารถประเมินผลว่า พนักงานขายทำงานไปมากน้อยแค่ไหน ในขณะที่บางคนมองไปถึงเรื่องการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์

ทศพล เสริมว่า ดาวเทียมติดรถยนต์จะมีราคาตกอยู่ที่หมื่นกว่าบาท โดยอุปกรณ์ที่ใช้จะผลิตเอง ซึ่งแม้จะติดที่ต้นทุนสูง แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้สามารถพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องตามหลังวิทยาการจากต่างประเทศ และแม้คู่แข่งของสินค้าในเวลานี้แทบทั้งหมดจะเป็นบริษัทจากต่างชาติ แต่ถือว่า D.T.C. ครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญคือ ขณะนี้ ดาวเทียมติดรถยนต์จากบริษัทของคนไทย กำลังจะก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

ผลตอบรับที่ดีของ ตลาดที่มีต่อดาวเทียมติดรถยนต์ น่าจะเป็นตัวอย่างที่เน้นย้ำว่า ในสังคมแห่งนี้ยังมีพื้นที่สำหรับแนวคิดใหม่ๆ เพียงมีความคิดสร้างสรรค์ และกล้าลงมือทำ ก็น่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา

: กรุงเทพธุรกิจ ( 14 ก.พ. 2545 )

Tag คำค้นหา
|